top of page

เพราะสุขภาวะที่แท้ คือศิลปะแห่งการรักษาสมดุล

  • Apr 17
  • 1 min read

Updated: 2 days ago

หนังสือ: “อรุโณทัยแห่งการตื่นรู้สู่การเคลื่อนขยายมวลความสุข (Snowballing Happiness Mass) โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี. 24 พฤษภาคม 2564. สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส.




“จิตวิวัฒน์” ชวนอ่านหนังสือ “อรุโณทัยแห่งการตื่นรู้สู่การเคลื่อนขยายมวลความสุข (Snowballing Happiness Mass)” ซึ่งเป็นหนังสือที่ ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี เขียนถึงความหมายของสุขภาวะทางปัญญา ในวาระครบรอบ 20 ปี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เนื่องจากการสื่อสารแนวคิดเรื่อง “สุขภาวะทางปัญญา” เป็นหนึ่งในหมุเหมายสำคัญขององค์กร


ข้อคิดในหนังสือเล่มนี้ ช่วยเพิ่มพูนความเข้าใจของเราที่ว่า สุขภาวะที่สมบูรณ์คือการบูรณาการ กาย ใจ สังคม และปัญญาให้สมดุล โดยไม่ติดกับความคิดแบบแบ่งขั้ว ซึ่งเป็นรากของวิกฤตสังคม ขณะที่ “สุขภาวะทางปัญญา” คือการเข้าถึงความจริง นำไปสู่การตื่นรู้และความสุขจากภายใน และเมื่อขยายออกสู่สังคม จะก่อให้เกิด “มวลความสุข” ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

 

“การขับเคลื่อนสร้างสุขภาวะ จึงเป็นการคิดและทำอย่างบูรณาการ ในความเป็นทั้งหมด ไม่แยกข้าง แยกขั้ว แยกส่วน เปลี่ยนเรื่องอำนาจ การคิดและทำแบบแยกส่วน ที่นำโลกไปสู่การเสียสมดุลหมดทุกมิติ” อาจารย์หมอประเวศ อธิบายถึงผลร้ายของการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ที่นำพาสังคมไปสู่ภาวะเสียสมดุล


อาจารย์หมอประเวศ กล่าวถึงความสมดุลว่าเกี่ยวข้องกับ “สุขภาวะที่สมบูรณ์” (หรือ สุขภาพคือทั้งหมด) อันประกอบด้วย กาย จิตใจ สังคม และปัญญา ทั้งนี้ เมื่อเป็นคำว่า “สมบูรณ์” หรือ “ทั้งหมด” นั้น จึงมาจากการ “บูรณาการ” หลายสิ่งหลายอย่างเข้าด้วยกัน แบบไม่แบ่งข้าง แยกขั้ว แบ่งเขาแบ่งเราด้วยแนวคิดทางการเมือง-สังคมที่แตกต่างกัน

เนื่องจากการแบ่งข้างแบ่งขั้ว เป็นการนำมาสังคมไปสู่ภาวะการเสียสมดุล เช่น ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผู้คนต่างมีความรู้สึกกระสับกระส่าย ใช้ชีวิตแบบไม่มีความสุขกายสบายใจ


จากข้างต้น อาจารย์หมอประเวศ ได้กล่าวว่า สุขภาวะที่สมบูรณ์มี 4 องค์ประกอบ ในส่วนของ 3 องค์ประกอบแรก เป็นสิ่งที่คนทั่วไปรับรู้และเข้าใจได้ไม่ยากนัก แต่ส่วนสุดท้ายคือ “สุขภาวะทางปัญญา” มักมาพร้อมกับคำถามว่า สิ่งนี้คืออะไร?


คำตอบสั้นๆ คือ สุขภาวะทางปัญญา เป็นการเข้าถึงความจริง ตั้งแต่ระดับเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงระดับสูงสุด ซึ่งก็มีหนทางในการเข้าถึงที่แตกต่างหลากหลาย แต่ก็เป็นเรื่องดีที่แต่ละคนจะมีช่องทางในการตื่นรู้ในแบบที่ตนเองถูกจริต

ถ้าหากถามว่า มีเครื่องมือหรือตัวช่วยใดที่จะยืนยันได้ว่า คนเราสามารถเข้าถึงความจริงได้จริงๆ ไหม?

คำตอบคือ มี! และนั้นก็คือ สมองส่วนหน้า ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับสติปัญญา วิจารณญาณ และศีลธรรม อันเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น


อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงความจริงที่ว่านี้ ไม่ว่าจะในระดับใดก็ตาม ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งในการพาพวกเราให้หลุดออกจากความไม่จริง หรือมายาคติได้ในระดับที่ต่างกันออกไป ซึ่งสภาวะที่เราได้หลุดออกจากความไม่จริงนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็น “การตื่นรู้” (Awakening) หรืออาจคือ ความรู้สึกเป็นอิสระ เบาสบายในตัวเอง ไปพร้อมกับการเกิดความรู้สึกอันดีต่อเพื่อนมนุษย์


คนที่เข้าถึงการมีความสุขจากการตื่นรู้ในตัวเองแล้ว และอยากให้ผู้คนรอบข้างได้สัมผัสกับสิ่งนี้บ้างก็สามารถทำได้ ผ่านการพูดให้ฟัง หรือร่วมกันเรียนรู้ผ่านเหตุการณ์รอบตัว


ทั้งนี้ หากสามารถรักษาสมดุลได้ดี หรือช่วยกันขยายมวลความสุขจากการตื่นรู้ไปสู่ผู้อื่นได้มากเท่าไหร่ ก็จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การเมือง และศีลธรรมมากขึ้นเท่านั้น

 


รีวิว:  กุลระวี สุขีโมกข์

Comments


Commenting on this post isn't available anymore. Contact the site owner for more info.
  • Facebook
  • Youtube
Jitwiwat logo
Thai health logo
bottom of page