
งานประชุมวิชาการระดับชาติเครือข่ายความรู้สุขภาวะทางปัญญา ครั้งที่ 3 สุขภาวะทางปัญญา 70 “พบทางในทุกข์ - Finding Paths in Suffering” เป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมพบเพื่อนใจ Soul Connect Fest 2027 “Human Hurt - Human Hope” ซึ่งจะจัดในวันที่ 11–14 มีนาคม พ.ศ. 2570 ที่ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ สนับสนุนการจัดงานโดย สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

(1) ผู้ขับเคลื่อนงาน
สุขภาวะทางปัญญา 70 “พบทางในทุกข์ - Finding Paths in Suffering” ดำเนินการผ่านการประสานพลังของ 2 กลไกหลัก ได้แก่ คณะกรรมการอำนวยการ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงและผู้นำองค์กรยุทธศาสตร์จากหลากหลายภาคส่วน ทำหน้าที่กำกับทิศทางเชิงนโยบาย ให้คำปรึกษาทางวิชาการ และเชื่อมโยงประเด็นสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และคณะทำงานดำเนินงานและเลขานุการ โดยศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา เป็นแกนกลางในการบริหารจัดการ ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ประสานงานเชิงวิชาการ และขับเคลื่อนงานร่วมกับเครือข่ายสุขภาวะทางปัญญา เพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพสูงสุด
1. คณะกรรมการอำนวยการ (Steering Committee)
ประธานคณะกรรมการ
-
นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ - ประธานกรรมการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มพัฒนาระบบสุขภาพและการสร้างเสริมสุขภาวะ
-
นางญาณี รัชต์บริรักษ์ - ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
-
นพ.สุเทพ เพชรมาก - เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
-
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ - ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
-
นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล - ผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.)
-
พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ - ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.)
-
ดร.นพ.วิรุฬ ลิ้มสวาท - หัวหน้ากลุ่มวิจัยสังคมและสุขภาพ สำนักวิชาการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มขับเคลื่อนสุขภาวะทางปัญญา ศาสนา สังคม และการศึกษา
-
พระราชสุทธิวัชรสุธี, รศ.ดร. - คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
-
คุณพ่อวิชัย โภคทวี เอส. เจ. - ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาจิตวิญญาณและภาวะผู้นำเซเวียร์ – Xavier Spiritual and Leadership Development Center (SLDC)
-
รศ.ดร.โคทม อารียา - ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
-
ศ.กิตติคุณ ดร.สุริชัย หวันแก้ว - ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านสังคมวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ประธานคณะกรรมการการจัดการการเปลี่ยนแปลงทางสังคม (MOST) ในคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก
-
ศ.กิตติคุณ ดร.สุวรรณา สถาอานันท์ - ศาสตราจารย์กิตติคุณ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อาจารย์พิเศษ)
-
นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ - ประธานบริษัท จิตวิทยาสติ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด
-
ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ - ประธานกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
-
รศ.ดร.นพ.ชัชวาลย์ ศิลปกิจ - ผู้อำนวยการศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
-
ดร.นพ.สกล สิงหะ - หัวหน้าศูนย์ชีวันตาภิบาล โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
-
ศ.ดร.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร - ศาสตราจารย์ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการเยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม
-
นางสาววรรณา จารุสมบูรณ์ - ผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาชุมชนกรุณา
-
ดร.สรยุทธ รัตนพจนารถ - ผู้อำนวยการร่วมธนาคารจิตอาสา
-
นายนภนาท อนุพงศ์พัฒน์ - ที่ปรึกษามูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา
-
ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข - คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
นางจารุปภา วะสี - ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา
กรรมการและเลขานุการ
-
ผศ.ดร.สมสิทธิ์ อัสดรนิธี - ผู้ก่อตั้ง Homemade 35 และที่ปรึกษาศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา
2. คณะทำงานดำเนินงานและเลขานุการ (Organizing and Secretariat Working Group)
ผู้อำนวยการคณะทำงาน
-
นางจารุปภา วะสี - ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา
หัวหน้าคณะทำงานและหัวหน้าส่วนงานวิชาการ
-
ผศ.ดร.สมสิทธิ์ อัสดรนิธี - ผู้ก่อตั้ง Homemade 35 และที่ปรึกษาศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา
คณะทำงาน (ศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา)
-
นางสาวรัชนี วิศิษฎ์วโรดม - ผู้ประสานงานภาคีเครือข่าย
-
นายกันตพัฒน์ เจริญกิจวริทธิ์ - ผู้ประสานงานการจัดการ
-
นางสาวแสงอรุณ ลิ้มวงศ์ถาวร - ผู้ประสานงานวิชาการและสื่อสารองค์กร
-
นางสาวกุลระวี สุขีโมกข์ - ผู้ประสานงานวิชาการและสื่อสารองค์กร
(2) ความเป็นมา
การประชุมวิชาการระดับชาติเครือข่ายความรู้สุขภาวะทางปัญญา เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เพื่อเป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานและพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาวะทางปัญญาของประเทศไทยให้ตอบสนองกับสถานการณ์ทางสังคมปัจจุบัน โดยจัดขึ้นทุกสองปีร่วมกับงานมหกรรมสุขภาวะทางปัญญา (Soul Connect Fest)
ในสองครั้งที่ผ่านมา เวทีวิชาการนี้ได้เติบโตและสั่งสมต้นทุนสำคัญทางสังคมอย่างต่อเนื่อง มีหน่วยงานเข้าร่วมจัดงานราว 80 องค์กร สะสมองค์ความรู้ไว้เป็นคลังความรู้ออนไลน์ทางเว็บไซต์ jitwiwat.com และยูทูป jitwiwatmedia และสร้างวัฒนธรรมการประชุมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านการรับฟังอย่างลึกซึ้ง การใคร่ครวญ และการร่วมสร้างความรู้ที่เน้นความสัมพันธ์และความเป็นมนุษย์ โดยการประชุมครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2566) จัดในหัวข้อ “สุขภาวะทางปัญญา: สุขภาพ จิตวิญญาณ และสังคม” มุ่งเน้นการเปิดพื้นที่รวบรวมปัญญาปฏิบัติจากคนทำงานจริง สู่การเชื่อมโยงข้ามศาสตร์ระหว่างมิติด้านใน สังคมศาสตร์ และระบบสุขภาพ และครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2568) ในหัวข้อ “จิตวิญญาณ การร่วมทุกข์ ความหวัง” ขยายพื้นที่สู่ประเด็นสันติวิธีและการเยียวยาสังคม
การร่วมนำเสนองานของเครือข่ายความรู้สุขภาวะทางปัญญาทั้งสองครั้ง ทำให้ภูมิทัศน์ของการทำงานสุขภาวะทางปัญญาในสังคมไทยชัดเจนขึ้นใน 5 แกนหลัก ได้แก่
-
การจัดการศึกษาที่เน้นการพัฒนามิติด้านในของมนุษย์ ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน อุดมศึกษา การวิจัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
-
การบริการสุขภาพที่มีหัวใจความเป็นมนุษย์ การเยียวยาสุขภาพ จิตใจ จิตวิญญาณ และการดูแลระยะท้าย
-
การพัฒนาภาวะผู้นำ องค์กรสุขภาวะ และสติในองค์กร
-
การพัฒนาสังคม การเยียวยาบาดแผลทางใจในกลุ่มเปราะบาง และการนำสุขภาวะทางปัญญาร่วมทำงานกับประเด็นร่วมสมัย เช่น อาสาสมัคร วิกฤตนิเวศ และเทคโนโลยี AI
-
การพัฒนาเครื่องมือ กระบวนการเรียนรู้ ระบบประเมินผล การจัดทำนโยบายสาธารณะ และการสร้างชุมชนทางจิตวิญญาณ เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญาและพัฒนาสังคมแบบองค์รวม
การจัดงานครั้งที่ 3 ในหัวข้อ “พบทางในทุกข์ - Finding Paths in Suffering” เป็นการทำงานต่อเนื่องจากการประชุมสองครั้งที่ผ่านมา โดยมุ่งสำรวจและทบทวนการทำงานของเครือข่ายที่มุ่งมั่นตั้งใจ แลกเปลี่ยนความรู้จากการลงมือทำ มองเห็นโจทย์สำคัญที่สังคมไทยกำลังเผชิญ และร่วมกันสังเคราะห์บทเรียนและพลังของเครือข่ายให้เป็นแนวทางการทำงานต่อเนื่อง เพื่อแปรเปลี่ยนความทุกข์และความท้าทายของสังคม เป็นปัญญา โอกาส และพลังร่วม ในการสร้างหนทางใหม่ที่ผู้คนสามารถกลับมาเชื่อมโยงกับศักยภาพ
ของความเป็นมนุษย์อย่างเต็มที่ และร่วมกันก้าวผ่านความท้าทายของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง สู่อนาคตที่เกื้อกูลต่อผู้คน สังคม
และสรรพชีวิต
(3) เป้าหมายของการจัดงาน
การเกิดพื้นที่กลางระดับชาติในการเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานสุขภาวะทางปัญญา เพื่อนำทิศทางของการสร้างโจทย์สำคัญสำหรับขับเคลื่อนงานที่ตอบสนองกับสถ านการณ์ทางสังคม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทบทวนการทำงานจากการลงมือทำจริง และร่วมกันวิเคราะห์เชิงระบบเพื่อมองเห็นช่องว่างและโอกาสสำคัญ อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนงานบนฐานความรู้ และพัฒนากลไกเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านสุขภาวะทางปัญญา สู่การพัฒนานโยบายและการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
(4) ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. พื้นที่กลางระดับชาติและเครือข่ายการเรียนรู้ ที่เชื่อมโยงนักวิชาการ นักปฏิบัติ และภาคีจากหลากหลายสาขา เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนจากการทำงาน และพัฒนาความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานสุขภาวะทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง
2. องค์ความรู้จากประสบการณ์ของเครือข่าย รวมทั้งข้อเสนอและทิศทางการทำงานต่อเนื่องบนฐานความรู้ ที่สามารถนำไปใช้พัฒนางานในระดับพื้นที่ เครือข่าย และระดับประเทศ
3. คลังความรู้ด้านสุขภาวะทางปัญญาที่เชื่อมโยงความรู้กับการปฏิบัติ สามารถเข้าถึง แลกเปลี่ยน และนำไปใช้ต่อยอดในการพัฒนาการทำงาน การพัฒนานโยบาย และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบได้ต่อเนื่อง
(5) กลุ่มเป้าหมาย
1. กลุ่มเป้าหมายหลัก
เครือข่ายการทำงานสุขภาวะทางปัญญา นักวิชาการ นักวิจัย นิสิตนักศึกษา บุคลากรด้านสุขภาพและการศึกษา บุคลากรภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคธุรกิจ ศิลปิน นักสื่อสาร และคนทำงานด้านวัฒนธรรม ที่ขับเคลื่อนหรือสนใจขับเคลื่อนงานสุขภาวะทางปัญญาจำนวน 500 คน
2. กลุ่มเป้าหมายรอง
ผู้เข้าร่วมงาน Soul Connect Fest 2027 ได้แก่ ประชาชนทั่วไป เยาวชนนักศึกษา และคนรุ่นใหม่ ครอบครัวและชุมชน บุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่สนใจเรียนรู้และนำประเด็นสุขภาวะทางปัญญาไปใช้ต่อในชีวิตและการทำงาน รวมทั้งผู้ติดตามผ่านช่องทางออนไลน์ และผู้ใช้คลังความรู้สุขภาวะทางปัญญา จำนวน 20,000 คน
(6) หัวข้อหลักของการจัดงาน:
“พบทางในทุกข์ - Finding Paths in Suffering”
ความเจ็บปวดทำให้เราเห็นบาดแผล
และปลุกให้เราตื่นเพื่อให้สามารถแยกความเจ็บปวดจากตัวตน
การสัมผัสความเป็นมนุษย์ทำให้หัวใจเปิดกว้างและเยียวยาเรา
ความไว้วางใจเชื่อมโยงเราเข้าหากันและฟื้นคืนศรัทธาต่อชีวิต
และความหวังถือกำเนิดขึ้นเมื่อเราตระหนักว่า
เราเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเราเอง
ท่ามกลางบริบทโลกและสังคมไทยในปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งวิกฤตสิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำ ความขัดแย้ง วิกฤตสุขภาพจิต การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ความแปลกแยกโดดเดี่ยว และการสูญเสียความไว้วางใจต่อกัน ซึ่งเชื่อมโยงกับวิกฤตของความสัมพันธ์ ความหมาย และมิติด้านในของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง งานประชุมวิชาการระดับชาติเครือข่ายความรู้สุขภาวะทางปัญญา ครั้งที่ 3 ในหัวข้อหลัก “พบทางในทุกข์ - Finding Paths in Suffering” จึงถูกยกระดับขึ้นเป็นตัวเร่งเชิงยุทธศาสตร์ของสังคม ผ่านการรวบรวมองค์ความรู้ งานวิจัย ประสบการณ์เชิงประจักษ์ และภูมิปัญญาใหม่จากองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ เพื่อชวนสังคมเผชิญความจริงอันเจ็บปวดร่วมกัน และแปรเปลี่ยนความทุกข์ ให้เป็นพื้นที่ของการเรียนรู้ ความเข้าใจ และการร่วมสร้างความหวัง ผ่านการกลับมาเชื่อมโยงกับความเป็นมนุษย์ของตนเองและผู้อื่น ฟื้นฟูความไว้วางใจ สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของสังคมในการขับเคลื่อนเชิงระบบที่ยั่งยืนสู่การมีจิตสำนึกใหม่ร่วมกัน (Collective transformation to New consciousness)
(7) หัวข้อย่อย
การจัดประชุมในหัวข้อหลัก “พบทางในทุกข์ - Finding Paths in Suffering” เกี่ยวข้องกับหัวข้อย่อยต่อไปนี้ (แต่ไม่จำกัดเพียงเท่านี้)
1. การเรียนรู้ของมนุษย์และจิตสำนึกใหม่ (Human Learning and New Consciousness)
มุ่งเน้นการทำความเข้าใจกระบวนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงและการยกระดับจิตสำนึกของมนุษย์ ที่ก้าวข้ามกรอบความคิดเดิม
ไปสู่ปัญญาระดับใหม่ โดยมองว่าวิกฤต ความทุกข์ และความเปราะบางคือจุดตั้งต้นของการตื่นรู้และการเติบโตด้านใน
2. สุขภาวะองค์รวมกับชีวิตที่ดีงามในทุกช่วงวัย (Holistic Well-being and Flourishing Across the Lifespan)
มุ่งเน้นการบูรณาการมิติด้านสุขภาวะทั้งกาย ใจ สังคม และปัญญา เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่งดงาม เปี่ยมความหมาย และมีความผาสุกในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงระยะท้ายของชีวิต
3. พลังองค์กร ชุมชน สังคม และนโยบายสาธารณะ (Empowerment of Organization, Community, Society, and Public Policy)
มุ่งเน้นการขยับจากการเยียวยาระดับปัจเจกไปสู่การเยียวยาระดับโครงสร้างและความสัมพันธ์ในสังคม โดยใช้พลังความร่วมมือ
สุขภาวะทางปัญญา และความเห็นอกเห็นใจเป็นฐานในการสร้างสังคมเกื้อกูลและผลักดันนโยบายสาธารณะ
4. วิทยาศาสตร์ใหม่ (New Sciences)
มุ่งเน้นการสำรวจจุดบรรจบระหว่างองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์กระบวนทัศน์ใหม่ กับความเชื่อมโยงของทุกสรรพสิ่ง
5. สุนทรียภาพของชีวิต (Aesthetics of Life)
สุนทรียศาสตร์ ธรรมชาติ และความงามที่เป็นพลังในการโอบอุ้มจิตวิญญาณ
(8) รูปแบบการจัดประชุมวิชาการ
การประชุมวิชาการระดับชาติเครือข่ายความรู้สุขภาวะทางปัญญา ครั้งที่ 3 ออกแบบโครงสร้างและกระบวนการเรียนรู้เพื่อเปิดพื้นที่บูรณาการองค์ความรู้ ประสบการณ์เชิงประจักษ์ และการสานพลังเครือข่ายอย่างรอบด้าน โดยแบ่งรูปแบบการจัดงานออกเป็น 4 องค์ประกอบสำคัญ ดังนี้
1. เวทีกลาง
พื้นที่กลางเชิงสัญลักษณ์และยุทธศาสตร์ในการเปิดประเด็น จุดประกายความคิด และขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงระบบสู่สังคม
ประกอบด้วย
-
พิธีเปิดและการปาฐกถาพิเศษ
การนำเสนอวิสัยทัศน์ ทัศนะเชิงวิชาการ และประสบการณ์เชิงลึกจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับชาติและนานาชาติ เพื่อเปิดมิติการมองและสร้างแรงบันดาลใจภายใต้ประเด็นหลักของงาน
-
เวทีเสวนานโยบายสาธารณะ จำนวน 2 เวที
พื้นที่แลกเปลี่ยนและสังเคราะห์องค์ความรู้ข้ามศาสตร์ เพื่อยกระดับปัญญาปฏิบัติจากฐานรากและงานวิชาการ สู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสาธารณะและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
-
พิธีปิดและการสรุปบทเรียนร่วม
การประมวลภาพรวมการสังเคราะห์ปัญญาร่วมตลอดการประชุม และการส่งมอบหมุดหมายความร่วมมือสู่การขับเคลื่อนเครือข่ายในระยะยาว
2. ห้องประชุมวิชาการย่อย จำนวน 20 ห้อง
พื้นที่สำคัญของการประชุมที่เปิดให้เครือข่ายสุขภาวะทางปัญญาเป็นเจ้าของพื้นที่และขับเคลื่อนการเรียนรู้ลงลึกในประเด็นที่ตนมีประสบการณ์ ท่ามกลางบรรยากาศทางวิชาการที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และเอื้อต่อการรับฟังอย่างลึกซึ้ง เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนจากการทำงานจริง วิเคราะห์โจทย์และความท้าทายร่วมกัน และร่วมสร้างองค์ความรู้และแนวทางการทำงานต่อไป โดยมีประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็นของสังคมในปัจจุบัน อาทิ
-
การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนามิติด้านในของมนุษย์ และการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความเป็นมนุษย์อย่างรอบด้าน
-
การวิจัย การวัดและประเมินผล เพื่อทำความเข้าใจและติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะทางปัญญา
-
การบูรณาการสุขภาวะทางปัญญาเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ การดูแลผู้ป่วย การดูแลระยะท้าย และการพัฒนาระบบสุขภาพที่ตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์อย่างรอบด้าน
-
สติและการฝึกปฏิบัติ (Mindfulness) ในการพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาและการดำเนินชีวิต
-
สุขภาพจิตและสุขภาวะทางปัญญาของคนทำงาน รวมถึงการสร้างองค์กรและสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาวะ
-
การพัฒนานโยบายและระบบสนับสนุน เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้และการปฏิบัติสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
-
คนรุ่นใหม่กับโลกดิจิทัล การติดหน้าจอ การเสพข้อมูลที่เป็นพิษ และการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจและปัญญา
-
เครื่องมือและกระบวนการพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาสำหรับบุคคล องค์กร ชุมชน และสังคม รวมทั้งกลุ่มที่อยู่ในภาวะเปราะบางและต้องการการเสริมพลังเป็นพิเศษ
-
การพัฒนาความรู้ความเข้าใจสุขภาวะทางปัญญาผ่านวิทยาศาสตร์ใหม่และสุนทรียศาสตร์
3. การนำเสนอผลงานวิชาการ จำนวน 24 บทความ
เวทีนำเสนอบทความวิจัย บทความวิชาการ และบทความกรณีศึกษาเชิงประสบการณ์ จาก 4 หัวข้อย่อยของการประชุม โดยผ่านการกลั่นกรองและคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิชาการ นักวิจัย และนักปฏิบัติการได้เผยแพร่ข้อค้นพบ แลกเปลี่ยนข้อวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ และต่อยอดความรู้สุขภาวะทางปัญญาสู่การจัดทำเอกสารสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ (Proceedings)
4. กิจกรรมสานสัมพันธ์ภาคีเครือข่าย
พื้นที่พบปะอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และความผูกพันระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการ ผู้จัดห้องประชุมวิชาการย่อย วิทยากร และผู้แทนองค์กรภาคี อันเป็นรากฐานสำคัญของการถักทอความร่วมมือและพัฒนาระบบนิเวศสุขภาวะทางปัญญาให้เข้มแข็งและยั่งยืน
(9) แนวทางและเกณฑ์การเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพห้องประชุมวิชาการย่อย
ห้องประชุมวิชาการย่อยเป็นพื้นที่กลางสำคัญในการร่วมสร้างปัญญาของเครือข่ายสุขภาวะทางปัญญาเดิมและเพื่อนใหม่ ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ลงลึกในประเด็นเฉพาะทาง และสังเคราะห์องค์ความรู้ข้ามศาสตร์ ด้วยรูปแบบหลากหลาย เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการ อ่างปลา สุนทรียสนทนา เวทีเสวนา World café ศิลปะและละคร บรรยาย โดยให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องของการทำงาน ความสำคัญของประเด็นงานต่อสถานการณ์สังคม ความสามารถในการเชื่อมโยงผู้คนและองค์ความรู้ และความตั้งใจที่จะนำการเรียนรู้จากเวทีไปสู่การทำงานต่อ โดยมีเกณฑ์พิจารณาดังต่อไปนี้
1. ประเด็นที่นำเสนอมีความสำคัญและจำเป็นต่อสถานการณ์สังคมปัจจุบัน
เป็นประเด็นที่สะท้อนความท้าทายหรือความเปลี่ยนแปลงสำคัญของสังคม และเห็นความจำเป็นในการนำมิติ สุขภาวะทางปัญญาเข้าไปทำความเข้าใจหรือพัฒนาทางออก สอดคล้องกับทิศทางของโจทย์ที่กำหนดไว้สำหรับห้องประชุมวิชาการย่อยข้างต้น
2. มีการขับเคลื่อนงานสุขภาวะทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม โดยสะท้อนมิติสำคัญอย่างน้อยประการใดประการหนึ่ง หรือ
บูรณาการร่วมกัน
-
มีคมความคิดเชิงวิชาการที่ชัดเจน (Academic Insight) มีการศึกษาวิจัย ทบทวนวรรณกรรม หรือกรอบแนวคิดทฤษฎีรองรับอย่างมีหลักวิชาการ
-
มีปัญญาปฏิบัติ (Practical Wisdom) ที่เชื่อมโยงกับสังคม มีการประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง สานสัมพันธ์กับชุมชน/สังคม และก่อให้เกิดพลังการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง
สำหรับเพื่อนใหม่ (New Strategic Partners) ที่ยังไม่เคยขับเคลื่อนงานสุขภาวะทางปัญญา หรือทำงานร่วมกับเครือข่ายสุขภาวะทางปัญญามาก่อน ผู้จัดงานยินดีต้อนรับและขอเชิญร่วมเปิดพื้นที่เรียนรู้ มุมมอง ประสบการณ์ และมิติการทำงานใหม่ๆ เพื่อขยายระบบนิเวศสุขภาวะทางปัญญา หากงานของท่านมีศักยภาพในการสร้างผลกระทบทางสังคม (Impactful Initiatives) เพื่อการขับเคลื่อนมิติสุขภาวะทางปัญญา
3. มีวิถีสุขภาวะทางปัญญาสู่จิตสำนึกใหม่ (New Consciousness)
สะท้อนการดำเนินงานและวิถีชีวิตที่ตั้งอยู่บนฐานของสุขภาวะทางปัญญา[2] เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านจิตสำนึกใหม่
4. มีศักยภาพในการเชื่อมโยงและสานพลังเครือข่ายเพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน
สามารถทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพชักชวนเครือข่าย นักวิชาการ นักปฏิบัติ หน่วยงาน และภาคีที่เกี่ยวข้องมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองที่หลากหลาย เปิดพื้นที่ให้เกิดการตั้งคำถาม วิเคราะห์ช่องว่างระหว่างสิ่งที่ต้องการกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และร่วมกันสร้างความรู้ ความร่วมมือ และความเป็นไปได้ใหม่ๆที่สามารถนำไปต่อยอดหลังการประชุม
5. มีความพร้อมในการเตรียมการ การจัดกิจกรรมในห้องประชุมวิชาการย่อย และสังเคราะห์ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นสู่การทำงาน
ต่อเนื่อง
สามารถร่วมออกแบบและจัดการให้เกิดห้องประชุมวิชาการย่อย และร่วมกันสรุปบทเรียน โจทย์ความรู้ ช่องว่าง โอกาส และแนวทางการพัฒนาที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับการจัดทำเอกสารสังเคราะห์องค์ความรู้และทิศทางการขับเคลื่อนงานต่อไป
[2] สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้นิยามปฏิบัติการของ “สุขภาวะทางปัญญา” ว่าหมายถึง “สุขภาวะที่เกิดจากการเข้าใจตัวเองและชีวิต เห็นความเชื่อมโยงกับผู้อื่น โลก ธรรมชาติ นำไปสู่การร่วมสร้างสังคมเกื้อกูล”
(10) แนวทางการเปิดรับและเกณฑ์การพิจารณาบทความวิชาการ
การประชุมเปิดรับบทความวิจัย บทความวิชาการ และบทความสะท้อนประสบการณ์ที่มีมิติด้านในของความ เป็นมนุษย์ เพื่อร่วม
แลกเปลี่ยนกระบวนการแปรเปลี่ยนความเปราะบาง บาดแผล และความทุกข์ ให้กลายเป็นปัญญาร่วมและหนทางใหม่แห่งความหวัง โดยสอดคล้องกับประเด็นหลักและประเด็นย่อยของงาน ทั้งบทความวิจัย (Research Article) บทความวิชาการ (Academic Article) และบทความสะท้อนการใคร่ครวญหรือเรื่องเล่าเชิงประสบการณ์ (Reflective and Phenomenological Article) ทั้งนี้ต้องเป็นผลงานที่ไม่เคยตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในวารสาร หนังสือ หรือรายงานการประชุมวิชาการใดมาก่อน และไม่อนุญาตให้ใช้ AI
ในการสังเคราะห์ คิดวิเคราะห์ ออกแบบ ตีความ หรือสร้างเนื้อหาหลัก แทนการใช้ความเชี่ยวชาญและคุณภาพการประเมินผลของมนุษย์ รวมถึงห้ามนำข้อมูลดิบที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์อัปโหลดสู่ระบบ AI สาธารณะ เพื่อรักษามาตรฐานความลับ
ความโปร่งใส และความจริงแท้ของผลงาน
(11) การสนับสนุนจากผู้จัดงาน
เพื่อสนับสนุนให้ภาคีเครือข่าย เจ้าภาพห้องประชุมวิชาการย่อย และผู้นำเสนอผลงาน สามารถดำเนินกิจกรรมทางวิชาการได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ผู้จัดงานได้จัดเตรียมการสนับสนุนดังนี้
1. ด้านวิชาการ การเผยแพร่ และคลังความรู้
-
การประชาสัมพันธ์: เผยแพร่ข้อมูลห้องประชุมวิชาการย่อยและบทความวิชาการผ่านช่องทางสื่อสารหลัก
-
การจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์: สนับสนุนพื้นที่ห้องประชุมวิชาการย่อย การจัดผังห้อง ระบบภาพ แสง เสียง และอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นต่อการจัดกิจกรรมและการนำเสนอทางวิชาการ
-
การลงทะเบียนและอำนวยความสะดวกผู้เข้าร่วมงาน: สนับสนุนระบบลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าและจุดลงทะเบียนหน้างาน อำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมห้องประชุมวิชาการย่อยและผู้ร่วมงานทั้งหมดอย่างเป็นระบบ
-
การผลิตสื่อและคลังข้อมูลออนไลน์: บันทึกภาพนิ่ง บันทึกวิดีโอ และถอดบทเรียนเพื่อจัดทำเป็นคลังความรู้ดิจิทัลบนเว็บไซต์และสื่อของโครงการ
-
เอกสารทางวิชาการ สูจิบัตร และเกียรติบัตร: จัดทำสูจิบัตร สังเคราะห์ประมวลความรู้ และจัดทำรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ (Proceedings) โดยเจ้าภาพห้องประชุมวิชาการย่อยและผู้นำเสนอผลงานทุกท่านจะได้รับเกียรติบัตรวิชาการจากผู้จัดงาน ทั้งนี้บทความฉบับสมบูรณ์ที่ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะและส่งภายในกำหนดเวลา จะได้รับการตีพิมพ์ใน Proceedings (เผยแพร่ในเดือนมิถุนายน 2570)
2. ด้านกระบวนการและการเชื่อมประสานเครือข่าย
-
การประชุมชี้แจงแนวทาง: ประชุมออนไลน์ชี้แจงเป้าหมาย เกณฑ์คัดเลือก และแนวทางการเสนอจัดห้องประชุมวิชาการย่อย
-
การประชุมสานพลังเจ้าภาพ: ประชุมแบบพบหน้าเพื่อกระชับความร่วมมือ ร้อยเรียงเนื้อหาระหว่างห้องประชุมวิชาการย่อย และเตรียมความพร้อมก่อนวันงาน
-
กิจกรรมพบปะสานสัมพันธ์: พื้นที่รับรองมื้อค่ำอย่างเป็นกันเอง เพื่อถักทอสายสัมพันธ์ระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร คณะทำงาน ภาคีเครือข่าย และผู้นำเสนอบทความวิจัย/วิชาการ
-
การประชุมสรุปบทเรียนและคืนข้อมูล: ประชุมออนไลน์หลังจบงาน เพื่อสรุปผลการจัดงาน ข้อค้นพบสำคัญ และรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อพัฒนางานร่วมกันในอนาคต
3. ด้านงบประมาณสนับสนุน (สำหรับเจ้าภาพห้องประชุมวิชาการย่อยตามความจำเป็นจริง)
สนับสนุนค่าดำเนินการเป็นเจ้าภาพห้องประชุมวิชาการย่อย สำหรับกลุ่มเปราะบาง นักวิชาการอิสระ และ ภาคประชาสังคมที่มีความจำเป็น และข้อจำกัดด้านงบประมาณ ตามเกณฑ์ดังนี้

[3] หมายถึงบุคคลหรือกลุ่มคนที่มีความเปราะบางทางสถานะหรือเผชิญกับความบอบช้ำทางสังคม ที่ต้องการส่งเสียงและนำเสนอบทเรียนสู่สังคม แต่ไม่มีหน่วยงานต้นสังกัด ไม่มีงบประมาณสนับสนุนประจำ และไม่มีทุนวิจัยหรือทุนดำเนินงานจากแหล่งทุนอื่น
เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับผู้ได้รับทุนสนับสนุน
(1) จัดทำบทความฉบับเต็มลงใน Proceedings เพื่อประมวลความรู้ความเข้าใจที่สมบูรณ์จากการจัดกิจกรรมในห้องประชุมวิชาการย่อย พร้อมทั้งบทอภิปรายและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากงานนี้ โดยมีหัวข้อดังนี้: ที่มาและความสำคัญ, วัตถุประสงค์,
ขั้นตอนและวิธีการทำงาน, ประสบการณ์และผลที่เกิดขึ้นจากการทำงาน, บทสรุปและความรู้ที่ได้รับ, บทอภิปรายและข้อเสนอแนะ (ความยาวประมาณ 10 หน้า) จัดส่งภายในวันที่ 9 เมษายน 2570
(2) นำประสบการณ์และความรู้ที่ได้รับจากงานนี้ไปเผยแพร่ต่อในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง อาทิ จัดกิจกรรมเรียนรู้ พูดคุยสนทนา สื่อสารผ่านช่องทางสื่อต่างๆ ฯลฯ เพื่อให้เครือข่ายการทำงาน ชุมชน หรือสาธารณะได้รับประโยชน์ด้วย แล้วจัดทำเอกสารรายงานนำเสนอผลการเผยแพร่ (ทั้งเนื้อหาและรูปภาพ ความยาวประมาณ 10 หน้า) จัดส่งภายในวันที่ 14 พฤษภาคม 2570
(12) กำหนดการสำคัญ

(13) ช่องทางสื่อสาร
1. ช่องทางการสื่อสารและประชาสัมพันธ์สาธารณะ
-
ช่องทางหลัก: เฟสบุ๊กเพจ จิตวิวัฒน์ – New Consciousness และเว็บไซต์ www.jitwiwat.com
-
ช่องทางร่วมและช่องทางสนับสนุน: เฟสบุ๊กเพจ Soul Connect Fest และเครือข่ายสื่อมวลชนและสื่อพันธมิตรตามแผนการสื่อสารของงาน Soul Connect Fest 2027
2. ช่องทางการประสานงานสำหรับผู้ร่วมจัดงาน
-
ไลน์กลุ่ม “สุขภาวะทางปัญญา 70” (สำหรับประสานงานและแจ้งข่าวสารแก่เจ้าภาพห้องประชุมวิชาการย่อยและผู้นำเสนอผลงาน)
-
อีเมลกลางสำหรับงานประชุมวิชาการ jitwiwatconf2027@gmail.com (สำหรับส่งแบบเสนอ บทคัดย่อ บทความฉบับสมบูรณ์ และติดต่อฝ่ายเลขานุการ)
-
ติดต่อผู้ประสานงานโดยตรงที่ นายกันตพัฒน์ เจริญกิจวริทธิ์ 06 4989 2939, นางสาวกุลระวี สุขีโมกข์ 08 6931 4511 และนางสาวแสงอรุณ ลิ้มวงศ์ถาวร 08 1206 5960